ข้อมูลทั่วไปของโรงเรียน

Nursery Program

The nursery program has two levels.

Application for enrollment begins in January of each year.

 

Age

Level one is for students 1 year and 5 months to 2 years and six months

Level two is for students 2 years and 7 months to age 3.

 

Academic year

Nursery programs are in session all year round.

 

Schedule

 The nursery program’s week runs Monday to Friday and the operating hours are from 8:00 in the morning until 4:30 each afternoon.

 

Curriculum

The course of study includes a variety of activities drawing on the child’s creativity, including teacher-director projects. In English there is the introduction of the Roman alphabet (English characters) and TPR (Total Physical Response) activities.

 

Fees

As of 2017, the monthly fee is 3500 Thai baht and this includes lunch, two meals, and daily activities.

 

Additional costs

Bedding – 399 baht

Uniform – 230 baht

Apron – 170

 

Daily school Essentials

  • Towel/Handkerchief
  • Change of clothes (2 sets)
  • Sleepwear or Pajamas
  • Toothbrush and toothpaste
  • Soap, shampoo, body lotion

 

For more scheduling and policy information, please visit our school for a tour and we will be happy to answer all of your questions.

 

 

English Courses for Kindergarten

 

 Levels 1 – 3

General English

Mathematics

Reading

 

Programs

SEE (Scholastic Early English)

Activity-based instruction for learning vocabulary and English language sounds (phonics)

SEE involves the use of an interactive smart board, effectively engaging students in the learning process. The goal is to create and build student confidence using English.

 

I-genuis

 

Grades 1 – 9 Courses taught by Native Speakers

 

Reading

Reading instruction begins with phonics - the method of teaching reading by correlating sounds with letters or groups of letters in an alphabetic writing system.

 

As the student passes to grades 3 and up, whole language instruction, the teaching of reading by recognizing words as whole pieces of language is included. Whole Language joins phonics teaching in order to maintain a balanced approach to literacy.

 

For grades 7 – 9 an attempt is made to balance the reading of fiction and non-fiction. Students engage in a weekly reading journal. The student can choose their own materials to read. After the reading session, the student makes an entry in their reading journal, responding to questions or issues about what they have read for the day.

 

Conversation

 

The conversation courses include grammar, and vocabulary as well as model dialogs to demonstrate the use of English as it functions in a variety of everyday situations. The teaching of conversation integrates speaking, listening, reading and writing with an emphasis on pronunciation through a variety of accents ( British, Irish, America, European, etc,

 

General English

 

A skills-based supplement to conversation and reading as it reinforces the skills of reading, writing, listening and speaking using a variety of grade-appropriate topics. 

 

 

Social Studies in English Grades 5 – 9

 

This course was added in 2015 as an attempt to expand instruction facilitated by native speakers of English. Social studies instruction includes topics of interest to both students and social scientists. This is not a history classes. Topics range from famous people, social media, games, hobbies, neighbors, anger, animal cruelty, to social problems such as beggars and homeless people, to western and Thai holidays and even adoption of children. At the higher grades, topics suggested by students are covered as appropriate. Each week students reflect by writing on the week’s topic.  Topics are updated to include current events.

 

Elective as of 2016

Progressive English

 

This class was added to challenge students with advanced English skills. Students will engage in higher levels of reading, writing, listening and speaking. There will also be individual and group projects. To our knowledge, no other school in our area addresses these needs.

 

 

Add Math and Science and I-genius

 

 

โรงเรียนพัฒนาปัญญา ความเป็นมาและอนาคต

โรงเรียนพัฒนาปัญญา เริ่มต้นเปิดเป็นทางการวันที่ 10 เมษายน 2550 ด้วยความคิดริเริ่มของนายดนุช ตันเทอดทิตย์ ซึ่งจบการศึกษาปริญญาโทจาก California State University, Bakersfield ได้รับการศึกษาทางด้านการบริหารการจัดการการศึกษาระดับประถมวัยจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร และกำลังศึกษาอยู่ระดับปริญญาเอกสาขาการบริหารการศึกษาที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี นอกจากนี้นายดนุช มีประสบการณ์ การบริหารโรงเรียนสอนภาษาต่างประเทศมากว่า 15 ปี จากประสบการณ์และความรู้ดังกล่าวจึงมีแนวความคิด ที่จะสร้างโรงเรียนที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

 

1) เป็นโรงเรียนที่สอนให้เด็กมีปัญญา รู้ถูกรู้ผิด มีความกตัญญูรู้คุณ

2) เป็นโรงเรียนที่ครูทุกคนให้ความรักกับนักเรียน เป็นการให้ความรู้ในมือของความรัก

3) เป็นโรงเรียนที่รับนักเรียนต่อห้องไม่มาก โดยไม่ควรเกิน 25 คน ต่อ 1 ห้องเรียน

4) เป็นโรงเรียนที่สอนภาษาอังกฤษมากขึ้น โดยประมาณไม่ควรต่ำกว่า 10 คาบ ต่อสัปดาห์

 

ในปีการศึกษา 2552 โรงเรียนพัฒนาปัญญาขยายหลักสูตรอนุบาล จากพื้นฐานความรู้ที่นายดนุช ตันเทอดทิตย์ ได้รับจากการศึกษาการจัดการการศึกษาปฐมวัย จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร และได้รับการสนับสนุนทางด้านหลักสูตรและร่วมเป็นที่ปรึกษาและฝึกอบรมครูจากท่าน รศ.ดร กุลยา ตันติผลาชีวะ อาจารย์และผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดการการศึกษาปฐมวัยจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา จุดยืนแนวทางของโรงเรียนพัฒนาปัญญาไม่เคยเปลี่ยน แม้ว่าจะมีนักเรียนเพียง 5 คน ในปีแรก และจำนวนเกือบร้อยในปีที่สี่ โรงเรียนพัฒนาปัญญายังยึดมั่นให้ เด็กเรียนรู้ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความรักเพื่อเด็กจะมีความสุข จำนวนนักเรียนที่ไม่มาก เพื่อประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการเรียน จำนวนคาบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่า 10 คาบ เพื่อให้นักเรียนมีโอกาสได้เรียนได้รู้ และได้ใช้ทักษะภาษาอังกฤษมากขึ้น นอกจากนี้โรงเรียนพัฒนาปัญญายังเพิ่มเติมในหลักสูตรภาษาจีน เพื่อให้นักเรียนได้เรียนอย่างน้อย 2 คาบต่อสัปดาห์ รวมทั้งหลักสูตรคอมพิวเตอร์ และ เทควันโด

แน่นอนว่าที่โรงเรียนพัฒนาปัญญามีนักเรียนที่การเรียนอาจจะช้า ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในทุกโรงเรียน เพราะเด็กก็เหมือนแก้ว ซึ่งมีหลายแบบหลายขนาด ผลิตจากวัตถุดิบต่างกันการรับสิ่งที่ครูถ่ายทอด การเรียนรู้ของแต่ละคนย่อมไม่เท่ากัน แต่ที่โรงเรียนพัฒนาปัญญา เราพยายามช่วยเหลือ เรารับฟังความคิดเห็นของผู้ปกครอง และขอความร่วมมือกับผู้ปกครอง เพื่อร่วมกันพัฒนาเด็ก แม้ว่าจะนักเรียนเรียนช้าในบางวิชา และสอบผ่านหรือทำได้ดีในวิชาที่เหลือ เราก็พยายามเอาใจใส่ในทุกกรณี

 

 

*** จุดเด่นโรงเรียนพัฒนาปัญญา 4 ข้อที่กล่าวมาแล้ว คือ เด็กดี มีความสุข โรงเรียนเล็ก

เด็กน้อย ครูมาก เรียนภาษาอังกฤษหลายคาบ หลักสูตรอินเตอร์ นั่นคือ สิ่งที่นักเรียนจะได้

รับจากโรงเรียนพัฒนาปัญญา

 

 

ข้อมูลเบื้องต้นของโรงเรียน

ความหมายตราประจำโรงเรียน

มงกุฎหมายถึง สถาบันชาติ ศาสนาและกษัตริย์ ซึ่งความสำคัญมากเป็นที่รวมหัวใจ ภายใต้สำนึกแห่งการประพฤติปฏิบัติดีเพื่อพัฒนาตน พัฒนาชาติ

โล่ห์หมายถึง เคริ่องป้องกันเหล่าภยันอันตรายทั้งหลาย เพื่อบรรลุถึงจุดหมาย ปลายทางโดยมีธรรมะ และปัญญาเป็นเครื่องมือ

ตัวอักษร P หมายถึง ตัวอักษร 4 ภาษาอังกฤษตัวแรกของชื่อโรงเรียน รวมทั้งมาจากคำว่า Proud ความภูมิใจ, Present ปัจจุบันหรือของขวัญ, Perfect ความสมบูรณ์, Proper ความเหมาะสม, Prepare การเตรียมตัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะมีอยู่ในนักเรียนพัฒนาปัญญา

ดวงอาทิตย์ หมายถึง แสงสว่างจากธรรมชาติที่มีวันดับ เสมือนความรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุดเช่นกัน

ดอกทานตะวัน หมายถึง ความสดชื่น ความร่าเริง ความแจ่มใสของเด็กๆ

หนังสือและปากกา หมายถึง ทักษะในการเรียนรู้ที่สำคัญอีก 2 ทักษะนอกเหนือจากการฟังและการพูดคือการอ่านและจดบันทึกช่อกัลปพฤกษ์ ที่ประดับรองโล่นั้น เป็นมาลัยเกียรติยศที่จะเตือนใจทุกคน ให้กระทำความดีเพื่อเชิดชูและจรรโลง ไว้ซึ่งเกียรติยศชื่อเสียงของตนเองและสถาบันให้มั่นคงยั่งยืน

 

ดอกไม้ประจำโรงเรียน

ดอกพุดพิชญา

ดอกไม้ประจำโรงเรียนคือ ดอกพุดพิชญา เป็นดอกไม้ที่มีความสวยงามและออกดอกตลอดทั้งปีและทนต่อสภาพอากาศ เมื่อนำมาเปรียบเทีบกับการศึกษาแล้วนั้นจะเปรียบเสมือนกับการศึกษาที่ต้องมีการเรียนรู้ อยู่ตลอดเวลา และไม่มีที่สิ้นสุด

 

สีประจำโรงเรียน

สีม่วง หมายถึง ความเข้มแข็ง ความอดทน และความเพียรพยายาม

สีเหลือง หมายถึง คุณธรรมที่เป็นดั่งแสงสว่างนำทางสู่ความรุ่งเรือง

 

ปรัชญาโรงเรียน

“Ready for the Wisdom Based Society”

“พร้อมสู่สังคมอุดมปัญญา”

 

คำขวัญโรงเรียน

แสงสว่างใด เสมอเท่าปัญญาไม่มี

 

คติประจำโรงเรียน

ทำดีตั้งแต่เด็กน้อย โตขึ้นพลอยติดเป็นนิสัย

 

 

วิสัยทัศน์ (Vision)

โรงเรียนพัฒนาปัญญา มุ่งพัฒนาเด็ก ให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการและได้รับการพัฒนาครบทุกด้านเหมาะสมตามวัย มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง มีสุขภาพจิตที่ดีสามารถช่วยเหลือตนเองได้ มีทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์ รักการอ่าน มีจินตนาการ คิดเป็น แก้ปัญหาเป็น ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมและความมีระเบียบวินัย อนุรักษ์วัฒนธรรมและประเพณีไทย มองโลกในแง่ดีมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข

 

พันธกิจ (Mission)

1. จัดกิจกรรมและกระบวนการเรียนการสอนที่ส่งเสริมนักเรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ถูกต้องเน้นความมีระเบียบวินัย ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้

2. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนมีความรู้สู่ความเป็นเลิศเพื่อการดำรงชีวิตและศึกษาต่อ

3. ส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะในการทำงานและการจัดการตลอดจนการใช้เทคโนโลยี

4. จัดกิจกรรมส่งเสริมให้นักเรียนสามารถใช้ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสาร

5. จัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักเรียนที่มีความรู้ความสามารถพิเศษในด้านต่าง ๆ

6. ส่งเสริมให้นักเรียนค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองและเรียนรู้ตลอดชีวิตจัดสภาพแวดล้อมและกิจกรรมสร้างเสริมให้นักเรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี

7. จัดกิจกรรมที่สร้างความตระหนักให้คุณค่าและร่วมสืบสาน วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาไทย

8. จัดกิจกรรมส่งเสริมให้นักเรียนอนุรักษ์และรังสรรค์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

9. ส่งเสริมให้ปฏิบัติตามศาสนกิจและคำสอนของตน เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข

 

เป้าหมาย (Objective)

นักเรียนโรงเรียนพัฒนาปัญญามีความรู้ความสามารถเต็มศักยภาพทางด้านภาษา มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีคุณภาพมาตรฐานการศึกษา และดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่าง มีความสุขมีพลานามัยแข็งแรงและไม่กลัวฝรั่ง

 

คุณลักษณะอันพึงประสงค์

-                   มีภาวะผู้นำ

-                   กล้าคิด กล้าแสดงออก

-                   มีความสุขการเรียน การอ่าน และการค้นหา

-                   มีความคิดสร้างสรรค์

-                   มีวินัยเคารพตัวเอง และเคารพความคิดของผู้อื่น

-                   ก้าวทันเทคโนโลยีและสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์

-                   มีความรู้ด้านภาษาอย่างน้อย 2 ภาษา

-                   มีคุณธรรม จริยธรรมและวัฒนธรรม

-                   มีความอดทน รู้จักพึ่งตนเอง

 

บุคลากร (Personnel)

โรงเรียนพัฒนาปัญญา ถือนโยบายสำคัญ บุคลากรทุกฝ่ายจะต้องได้รับการพัฒนาเพื่อให้ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบ มีระเบียบ มีวินัย มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักฝึกฝนตัวเอง โดยผู้ที่เข้ามาใหม่จะผ่านการตรวจสอบ สัมภาษณ์เลือกสรรจากฝ่ายบริหารเป็นอย่างดี ส่วนบุคลากรที่มีอยู่ในโรงเรียนได้ส่งเสริมให้อบรม สัมมนาสถานที่ต่างๆทั้งในและนอกสถานที่ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ประสบการณ์ การพัฒนาตนเอง ทำงานด้วยความมุ่งมั่น มีอุดมการณ์แน่วแน่ มีคุณธรรมจริยธรรมมีความสามัคคีปรองดองในหมู่คณะ ทำงานเป็นทีมได้ ดำเนินชีวิตตามสถานะ เป็นแบบอย่างที่ดีมีบุคลิกน่าศรัทธาเลื่อมใสของ ผู้พบเห็น มีเจตคติที่ดี วิชาชีพอยู่ในจรรยาบรรณพัฒนาตนเองให้เข้าไปสู่มืออาชีพตามนโยบายการปฏิรูปการศึกษา ตามรูปแบบกระทรวงศึกษาธิการจะเห็นได้ว่าโรงเรียนพัฒนาปัญญา มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาการศึกษาเพราะการศึกษาเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการดำเนินชีวิต ถ้าทุกท่านมีการศึกษาที่ดีมีคุณธรรมย่อมปฏิบัติตนเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและประเทศชาติ และก้าวไปสู่อนาคตที่ดี เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ด้วยความมุ่งมั่นตามคติพจน์ประจำโรงเรียนที่ว่า

“ทำดีแต่เด็กน้อย โตขึ้นพลอยติดเป็นนิสัย”